หลักเกณฑ์ในการจดทะเบียนสมรส
- ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์ และหากมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องนำบิดามารดา หรือผู้ปกครองมาให้ความยินยอมด้วย
- ในกรณีที่ผู้ขอมีอายุต่ำกว่า 17 ปี จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลให้ทำการสมรสกันได้เสียก่อน
- กรณีผู้ที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป สามารถขอจดทะเบียนได้ด้วยตัวเอง
- ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เป็นคนวิกลจริต หรือเป็นคนไร้ความสามารถ
- ผู้ยื่นคำขอต้องไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน
- ไม่ได้จดทะเบียนสมรสอยู่กับคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว
- ผู้รับบุตรบุญธรรมจะจดทะเบียนสมรสกับบุตรบุญธรรมของตัวเองไม่ได้
- หญิงหม้ายถ้าจะทำการจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ เมื่อการสมรสครั้งก่อนได้สิ้นสุดไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่
- เมื่อได้คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น
- ได้ทำการสมรสกับคู่สมรสคนเดิม
- มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
- เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนสมรสกันได้
- กรณีชายหญิงที่มาขอจดทะเบียนนั้น หากยังมีอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ กรณีนี้อาจร้องขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ทำการสมรสกันได้
เอกสารที่ต้องใช้
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ราชการออกให้
- สำเนาหนังสือเดินทาง กรณีหากเป็นชาวต่างชาติ
- หนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูต หรือสถานกงสุล
- สำเนาทะเบียนบ้าน
ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การจดทะเบียนสมรสนั้น สามารถไปยื่นคำร้องจดทะเบียน ณ สำนักงานทะเบียนได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรสกันแต่อย่างใด
- ให้คู่สมรสยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานทะเบียนเขตแล้วแต่กรณี
- หากคู่สมรสยังมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ต้องนำบิดาและมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบธรรมมาให้ความยินยอมในการจดทะเบียนสมรสด้วย
- หากคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายเป็นคนต่างด้าว ต้องขอหนังสือรับรองสถานภาพบุคคลจากสถานทูต หรือกงสุลสัญชาติของตัวเอง โดยหนังสือรับรองนั้นต้องทำการแปลเป็นภาษาไทย และมีคำรับรองการแปลว่าถูกต้อง ยื่นพร้อมกับคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตแล้วแต่กรณี
