เด็กที่เกิดในโรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือสถานพยาบาลต่างๆ ผู้ทำคลอดจะต้องออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๑/๑) ให้ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้ในการแจ้งเกิด โดยผู้ที่มีหน้าที่แจ้งการเกิดของเด็กนั้น ได้แก่
- หัวหน้าของโรงพยาบาล สถานีอนามัยหรือสถานพยาบาลนั้น ซึ่งอยู่ในฐานะเจ้าบ้าน แล้วแต่กรณี
- บิดาของเด็กทีเกิด
- มารดาของเด็กที่เกิด
ระยะเวลาในการไปแจ้งเกิด
ต้องไปทำการแจ้งเกิดภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด
สถานที่แจ้งเกิด
- ถ้าโรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือสถานพยาบาลที่เด็กเกิดนั้นตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ให้แจ้งการเกิดที่งานทะเบียนในเขตเทศบาลนั้น
- ถ้าโรงพยาบาล สถานีอนามัยตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ให้ไปแจ้งการเกิดที่สำนักงานทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่นั้น
หลักฐานที่ต้องนำแสดงด้วย
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ไปแจ้งเกิด
- หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๑/๑) ที่โรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือสถานพยาบาลที่เด็กเกิดออกให้
- สำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กเข้าไปอยู่
กรณีเด็กเกิดนอกสถานพยาบาล
กรณีเด็กเกิดในบ้าน เช่น บ้านของบิดา มารดา ญาติพี่น้อง ฯลฯ บุคคลผู้ที่มีหน้าที่แจ้งการเกิดของเด็ก คือ
-
- เจ้าบ้านของบ้านที่เด็กเกิดนั้น
- บิดาของเด็กที่เกิด
- มารดาของเด็กที่เกิด
ระยะเวลาในการแจ้งเกิด ภายใน 15 วันนับแต่เด็กเกิด โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังต่อไปนี้
- ถ้าบ้านที่เด็กเกิด อยู่ในเขตท้องที่ของที่ว่าการอำเภอ ให้แจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านที่เด็กเกิด โดยผู้ใหญ่บ้านในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้านจะรับแจ้งการเกิด และออกหลักฐานใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ ตอนหน้า) ให้เป็นหลักฐาน เมื่อได้รับใบแจ้งการเกิดแล้ว เจ้าบ้าน บิดาหรือมารดาของเด็กที่เกิดแล้วแต่กรณี จะต้องนำหลักฐานดังกล่าวไปแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อขอให้ออกใบเกิด หรือใบสูติบัตรได้ หรือหากผู้แจ้งสะดวกที่จะไปแจ้งการเกิดของเด็กที่งานทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ โดยยังไม่ได้แจ้งการเกิดกับผู้ใหญ่บ้านก็สามารถแจ้งการเกิดได้เช่นกัน
- ถ้าบ้านที่เด็กเกิดอยู่ในเขตท้องที่เทศบาล ให้ผู้แจ้งไปแจ้งการเกิดของเด็กที่งานทะเบียนในเขตเทศบาลที่เด็กเกิดนั้น ซึ่งกรณีนี้จะไม่มีหลักฐานใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ ตอนหน้า)
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งการเกิด
- ใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ ตอนหน้า) ที่ผู้ใหญ่บ้านออกให้ (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กเข้าไป
- พยานบุคคลที่รู้เห็นการเกิดของเด็ก เช่น หมอตำแย เพื่อนบ้าน เป็นต้น
เช่น บนรถโดยสาร ที่ศาลาข้างทาง บนรถแท็กซี่ เป็นต้น ผู้ที่มีหน้าที่แจ้งการเกิดของเด็ก คือ
- บิดาของเด็กที่เกิด
- มารดาของเด็กที่เกิด
การแจ้งการเกิดในกรณีนี้ จะต้องแจ้งภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิดเช่นกัน แต่ถ้าหากมีเหตุจำเป็นอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถไปแจ้งการเกิดได้ภายในกำหนด ก็สามารถขยายเวลาการแจ้งเกิดได้ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด โดยวิธีการแจ้งการเกิดและหลักฐานที่จะต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่นั้น ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับกรณีเด็กเกิดในบ้าน
ข้อควรรู้
- หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๑/๑) ที่โรงพยาบาลออกนั้น รวมทั้งใบรับแจ้งเกิด (ท.ร. ๑ ส่วนหน้า) ที่ผู้ใหญ่บ้านออกให้นั้น ไม่ใช่ใบเกิดหรือใบสูติบัตร
- เด็กที่เกิดในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นบุตรของคนไทย หรือคนต่างด้าว สามารถจะไปแจ้งเกิดและมีสิทธิจะได้รับหลักฐานการเกิด ด้วยเช่นกัน
- การรับแจ้งการเกิด และการออกใบสูติบัตร หรือใบเกิด ไม่ต้องเสียค่ะรรมเนียมแต่อย่างใด
- การไม่ไปแจ้งเกิดของเด็กภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด เป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ในการแจ้งการเกิดของเด็ก จะต้องแจ้งชื่อเด็กไปในคราวเดียวกันด้วย เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้จดบันทึกลงไปในใบสูติบัตร หรือใบเกิดนั้น
การแจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา
กรณีที่ไม่ได้แจ้งการเกิดภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เกิด เจ้าบ้านที่เด็กเกิด หรือบิดามารดาของเด็กสามารถไปแจ้งการเกิดเกินกำหนดได้ โดยอาจจะต้องเสียค่าปรับในความผิดฐานไม่แจ้งการเกิดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
สถานที่แจ้งเกิด
- ถ้าเด็กเกิดในเขตท้องที่ของเทศบาล ก็ให้ไปแจ้งการเกิดที่งานทะเบียนในเขตเทศบาลนั้น
- ถ้าเด็กเกิดในนอกเขตเทศบาล ก็ให้ไปแจ้งการเกิดได้ที่งานทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอในท้องที่ที่เด็กเกิดนั้น
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
- บัตรประจำตัวประชาชนของผุ้แจ้ง
- บัตรประจำตัวของบิดามารดาของเด็กที่แจ้งเกิด (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กเข้าไปอยู่
- พยานบุคคลที่รู้เห็นการเกิดของเด็ก เช่น หมอตำแย เพื่อนบ้าน เป็นต้น
- เอกสารอื่นๆ เพื่อ ประกอบการพิจารณารับแจ้ง เช่น หนังสือรับรองการเกิด (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนนักเรียน เป็นต้น
การแจ้งเกิดกรณีเด็กที่บิดามารดาทอดทิ้ง
เมื่อมีผู้พบเห็นเด็กแรกเกิด หรือเด็กเล็กที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี ถูกทอดทิ้ง ผู้ที่พบเห็นเด็กจะต้องแจ้งการพบเด็กนั้น พร้อมทั้งนำตัวเด็กไปส่งต่อพนักงานฝ่ายปกครอง (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (เจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์) เพื่อทำหลักฐานการรับตัวเด็ก และดำเนินการแจ้งการเกิดให้กับเด็กตามที่กฎหมายกำหนด
การแจ้งเกิดสำหรับเด็กที่เกิดต่างประเทศ
บุตรของบุคคลสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศ สามารถไปแจ้งการเกิดได้ที่สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้นๆ ได้
